<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Community: คณะศึกษาศาสตร์</title>
  <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4721" />
  <subtitle>คณะศึกษาศาสตร์</subtitle>
  <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4721</id>
  <updated>2026-05-14T11:49:01Z</updated>
  <dc:date>2026-05-14T11:49:01Z</dc:date>
  <entry>
    <title>สมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา สาขาวิชาการบริหารการศึกษา</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17768" />
    <author>
      <name>สุเมธ งามกนก</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17768</id>
    <updated>2026-05-13T13:26:19Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: สมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
Authors: สุเมธ งามกนก
Abstract: การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะศึกษาองค์ประกอบสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา สาขาวิชาการบริหารการศึกษา พัฒนาตัวบ่งชี้และสร้างคู่มือการพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา สาขาวิชาการบริหารการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง (Semi Structured Interview) ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลและข้อสรุปที่ได้จากการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ มาพัฒนาเป็นตัวบ่งชี้แล้วสร้างเป็นแบบสอบถามเพื่อนำไปให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินความเหมาะสม และการประชุมสัมมนา (Focus Group Discussion) ผู้วิจัยได้กำหนดขั้นตอน การดำเนินการวิจัยออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ผลการศึกษาองค์ประกอบสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ระยะที่ 2 ผลการพัฒนาตัวบ่งชี้สมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา สาขาวิชาการบริหารการศึกษาและระยะที่ 3 ผลการสร้างคู่มือพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ผลการวิจัยพบว่า 1. องค์ประกอบสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา สาขาวิชาการบริหารการศึกษามี 4 ด้าน ได้แก่ ด้านความรู้ (Knowledge) ด้านทักษะ (Skills) ด้านจริยธรรม (Ethics) และด้านลักษณะบุคคล (Character) 2. ตัวบ่งชี้สมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มี 80 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ ด้านความรู้ (Knowledge) ระดับปริญญาโท 10 ตัวบ่งชี้ ระดับปริญญาเอก 10 ตัวบ่งชี้ ด้านทักษะ (Skills) ระดับปริญญาโท 10 ตัวบ่งชี้ ระดับปริญญาเอก 10 ตัวบ่งชี้ ด้านจริยธรรม (Ethics) ระดับปริญญาโท 10 ตัวบ่งชี้ ระดับปริญญาเอก 10 ตัวบ่งชี้ และด้านลักษณะบุคคล (Character) ระดับปริญญาโท 10 ตัวบ่งชี้ ระดับปริญญาเอก 10 ตัวบ่งชี้ 3. ผลการประเมินคู่มือการพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา สาขาวิชาการบริหารการศึกษา โดยแยกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด พิจารณาเป็น รายข้ออยู่ในระดับมากที่สุดทุกข้อรายการ</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การเรียนวิชาตระกร้อตามการรับรู้ของนักเรียนหญิงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17763" />
    <author>
      <name>กฤษดา สุรําไพ</name>
    </author>
    <author>
      <name>ระพีพัฒน์ เดือนเพ็ญศรี</name>
    </author>
    <author>
      <name>ประทีป ปุณวัฒนา</name>
    </author>
    <author>
      <name>เกษมสันต์ พานิชเจริญ</name>
    </author>
    <author>
      <name>วิษณุ อรุณเมฆ</name>
    </author>
    <author>
      <name>ณัฐพงษ์ จรทะผา</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17763</id>
    <updated>2026-05-09T14:24:29Z</updated>
    <published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การเรียนวิชาตระกร้อตามการรับรู้ของนักเรียนหญิงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
Authors: กฤษดา สุรําไพ; ระพีพัฒน์ เดือนเพ็ญศรี; ประทีป ปุณวัฒนา; เกษมสันต์ พานิชเจริญ; วิษณุ อรุณเมฆ; ณัฐพงษ์ จรทะผา
Abstract: การวิจัยนี้เพื่อศึกษามีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาประสบการณ์ด้านที่ดีและไม่ดีปัจจัยที่สนับสนุนและเป็นอุปสรรคในการเรียนวิชาตะกร้อตามของนักเรียนหญิงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น&#xD;
จํานวน 30 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสังเกตการสัมภาษณ์กึ่งมีโครงสร้างการเขียนแผนที่ความคิดและการบรรยายเหตุการณ์สําคัญวิเคราะห์ข้อมูลแบบอุปนัยด้วยวิธีการเปรียบเทียบความคงที่ของข้อมูลและตรวจสอบความเชื่อถือได้ของข้อมูลโดยวิธีสามเส้าผลการศึกษา พบว่านักเรียนได้ประโยชน์จากการเรียนตะกร้อมีทักษะการเคลื่อนไหวของตนเองดีขึ้นผู้เรียนได้รับความรู้ทักษะตะกร้อ ได้แก่ การเดาะข้างเท้าด้านใน การเดาะด้วยเข่า การเดาะด้วยศีรษะประสบการที่ไม่ดีในการเรียนคือเกิดการบาดเจ็บที่เกิดจากการเดาะตะกร้อผู้เรียนอภิปรายถึงปัจจัยสนับสนุนในการเรียนตะกร้อคือการสนับสนุนการเรียนรู้จากเพื่อนผู้ปกครองและครูที่ช่วยทําให้การเรียนตะกร้อดีขึ้นการได้ทํากิจกรรมที่สนุกสนานร่วมกับเพื่อนส่งผลต่อเจตคติที่ดีและจูงใจให้นักเรียนหญิงทํากิจกรรมมากขึ้นเทคนิคการสอนของครูที่ช่วยทําให้มีความมั่นใจและไม่ท้อกับการฝึกทักษะอุปสรรคในการเรียนตะกร้อ คือความพร้อมของร่างกายก่อนเรียนการมีประจําเดือนมีผลต่อสมรรถภาพทางกายรวมถึงอารมณ์ที่แปรปรวนนอกจากนั้นการบาดเจ็บจากการเดาะตะกร้อซํ้า ๆ เพื่อให้ได้ตามเกณฑ์ที่กําหนดลูกตะกร้อที่เป็นพลาสติกมีนํ้าหนักไม่เหมาะสําหรับผู้หญิงทําให้เกิดการฟกชํ้าจากการเดาะสถานที่เรียนกว้างไม่เหมาะกับผู้เรียนเริ่มต้นที่ต้องตามเก็บลูกตะกร้อ สรุปได้ว่าการเรียนตะกร้อเป็นกีฬาให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ สําหรับนักเรียนหญิงกิจกรรมที่หลากหลายและมีความยืดหยุ่นตามความเหมาะสมของผู้เรียนจะทําให้การเรียนสนุกสนานไม่น่าเบื่อแม้ว่าการฝึกทักษะจะยากลูกตะกร้อที่มีนํ้าหนักเหมาะกับนักเรียนหญิงจะช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บและสร้างเจตคติทางบวกในการเรียนพลศึกษา</summary>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การทำช่องรายการสร้างการรับรู้ ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการดำเนินการธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17759" />
    <author>
      <name>ณฐาภพ สมคิด</name>
    </author>
    <author>
      <name>นคร ละลอกน้ำ</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17759</id>
    <updated>2026-05-07T07:31:04Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การทำช่องรายการสร้างการรับรู้ ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการดำเนินการธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่
Authors: ณฐาภพ สมคิด; นคร ละลอกน้ำ
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการรับข้อมูลข่าวสารของกลุ่มเป้าหมาย และศึกษาความต้องการดำเนินการธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ 2) เพื่อจัดทำช่องรายการสร้างการรับรู้ ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ และการดำเนินการธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจ ต่อรายการสร้างการรับรู้ ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ และการดำเนินการธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ การวิจัยเป็นรูปแบบวิจัยและพัฒนา (Research and Development) วิธีการดำเนินการวิจัย แบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาค้นคว้าเอกสาร หลักการ ทฤษฎีและผลงานวิจัยเกี่ยวกับการสร้างการรับรู้ การทำช่องรายการบนแพลตฟอร์มออนไลน์ การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย การวางแผนเตรียมการทำช่องรายการ ระยะที่ 2 จัดท าช่องรายการสร้างการรับรู้ ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ และการดำเนินการธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สำ หรับผู้ประกอบการยุคใหม่ ระยะที่ 3 ประเมินและปรับปรุงช่องรายการสร้างการรับรู้ ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ และการดำเนินการธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ ระยะที่ 4 เผยแพร่และศึกษาความพึงพอใจต่อรายการสร้างการรับรู้ ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ และการดำเนินการธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ กลุ่มตัวอย่าง แบ่งเป็น 1) กลุ่มตัวอย่างสำหรับการศึกษาพฤติกรรมการรับข้อมูลข่าวสาร และศึกษาความต้องการดำเนินการธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ คือ นิสิตระดับปริญญาตรี ทั่วประเทศ ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบอ้างอิงด้วยบุคคลและผู้เชี่ยวชาญ (Snowball Sampling) 2) กลุ่มตัวอย่างสำหรับการประเมินคุณภาพรูปแบบช่องรายการ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ จำานวน 3 คน โดยใช้เกณฑ์การคัดเลือกคือ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในระดับรองศาสตราจารย์ 3) กลุ่มตัวอย่าง สำหรับศึกษาความพึงพอใจ คือ ประชาชนทั่วไปที่เข้ามารับรมรายการจากช่องรายการที่พัฒนาขึ้น เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล คือ 1) แบบสอบถาม เรื่อง การทำช่องรายการสร้างการรับรู้ ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการดำเนินการธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ 2) แบบสัมภาษณ์ความต้องการการทำช่องรายการสร้างการรับรู้ ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการดำเนินการธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ 3) แบบประเมินคุณภาพ รูปแบบช่องรายการสร้างการรับรู้ ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการดำเนินการธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ 4) แบบประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบช่องรายการสร้างการรับรู้ ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ และการดำเนินการธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการยุคใหม</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ปัญหาและข้อเสนอแนะการบริหารโครงงานเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17754" />
    <author>
      <name>ศรีวรรณ มีคุณ</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17754</id>
    <updated>2026-05-05T02:28:44Z</updated>
    <published>2546-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ปัญหาและข้อเสนอแนะการบริหารโครงงานเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน
Authors: ศรีวรรณ มีคุณ
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาการบริหารโครงการเรียนรู้ร่วมกันสรรค์สร้างชุมชน ทบวงมหาวิทยาลัย และเปรียบเทียบปัญหาการบริหารโครงการเรียนรู้ร่วมกันสรรค์สร้างชุมชน จำแนกตามประเภทสถาบันและพื้นที่ปฏิบัติงาน รวมทั้งเพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จากผู้รับผิดชอบโครงการกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ผู้รับผิดชอบโครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชนจากสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ จำนวน 93 คน ซึ่งได้จากการสุ่มแบบแบ่งชั้นตามพื้นที่ปฏิบัติงาน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 50 ข้อ และคำถามปลายเปิดสำหรับข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ, คะแนนเฉลี่ย, ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน, การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวและการทดสอบความแตกต่างรายคู่โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for windows ในการวิเคราะห์ข้อมูลผลการวิจัยพบว่าปัญหาการบริหารโครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชนในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อเปรียบเทียบปัญหาจำแนกตามประเภทสถาบันและพื้นที่ปฏิบัติงานพบว่าปัญหาการบริหารโครงการเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้างชุมชน จำแนกตามประเภทสถาบันแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และจำแนกตามพื้นที่ปฏิบัติงานพบว่าปัญหาโดยรวมและรายด้าน 2 ด้าน ได้แก่ ด้านการจัดสรรทรัพยากรและด้านการประเมินผลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ข้อเสนอแนะของผู้รับผิดชอบโครงการส่วนใหญ่ต้องการให้มีการปรับปรุงในด้านการวางแผน การประเมินผลและการจัดสรรทรัพยากร</summary>
    <dc:date>2546-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

