<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Community: คณะวิศวกรรมศาสตร์</title>
  <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4719" />
  <subtitle>คณะวิศวกรรมศาสตร์</subtitle>
  <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4719</id>
  <updated>2026-05-04T13:41:15Z</updated>
  <dc:date>2026-05-04T13:41:15Z</dc:date>
  <entry>
    <title>การศึกษาการใช้ไส้เดือนดินย่อยสลายกากของเสียจากโรงงานผลิตกระดาษทิชชู</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17753" />
    <author>
      <name>วิทวัส แจ้งเอี่ยม</name>
    </author>
    <author>
      <name>ศุภศิลป์ ทวีศักดิ์</name>
    </author>
    <author>
      <name>อนันธชัย ฉายแสง</name>
    </author>
    <author>
      <name>อนุชิดา พบพิมาย</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17753</id>
    <updated>2026-05-02T12:01:06Z</updated>
    <published>2555-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การศึกษาการใช้ไส้เดือนดินย่อยสลายกากของเสียจากโรงงานผลิตกระดาษทิชชู
Authors: วิทวัส แจ้งเอี่ยม; ศุภศิลป์ ทวีศักดิ์; อนันธชัย ฉายแสง; อนุชิดา พบพิมาย
Abstract: งานวิจัยนี้ศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้ไส้เดือนดินต่อการย่อยสลายกากตะกอนเยื่อกระดาษ (Waste Paper Sludge; WPS) จากโรงเรียนอุตสาหกรรมกระดาษ ซึ่งประกอบไปด้วยขั้นตอนการคัดเลือกจุลินทรีย์ จากการนำข้อมูลของไส้เดือนดิน 3 สายพันธุ์ เพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ที่เจริญบนอาหารเลี้ยงเชื้อ จากนั้นทำการเลือกจุลินทรีย์ของไส้เดือนดิน นำมาย่อยสารละลายเซลลูโลสเป็นเวลา 24 ชั่วโมง จากนั้นนำเชื้อจุลินทรีย์จากไส้เดือนดินทั้ง 3 สายพันธุ์ ทดลองย่อยกากตะกอนเยื่อกระดาษที่ปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ที่ต่างกัน คือ นำเชื้อจุลินทรีย์ 1 มิลลิลิตรและ 3 มิลลิลิตร ของไส้เดือนดิน 3 สายพันธุ์มาย่อยกากตะกอนเยื่อกระดาษที่ปริมาณ 2 กรัม เป็นเวลา 24 ชั่วโมง พบว่าเชื้อจุลินทรีย์จากไส้เดือนดินสายพันธุ์ African Night Crawler สามารถย่อยกากตะกอนเยื่อกระดาษให้มีความเข้ทข้นของกลูโคสเท่ากับ 1.11 x 10 2 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรและ 1.32 x 10 3 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร เชื้อจุลินทรีย์จากไส้เดือนดินสายพันธุ์ Blue worm สามารถย่อยกากตะกอนเยื่อกระดาษให้มีความเข้มข้นของกลูโคสเท่ากับ 0.60 x 10 2 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรและ 0.75 x 10 2 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร เชื้อจุลินทรีย์จากไส้เดือนดินสายพันธ์ุ Tiger worm สามารถย่อยกากตะกอนเยื่อกระดาษให้มีความเข้มข้นของกลูโคสเท่ากับ 0.94 x 10 -2 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร และ 1.06 x 10 -2 ไมโครกรัมต่อมิลลิตร ตามลำดับ จากผลการทดสองพบว่าไส้เดือนดินสายพันธุ์ African Night Crawler มี ประสิทธิภาพในการย่อยกากตะกอนเยื่อกระดาษจากโรงงานอุตสาหกรรมกระดาษได้ดี จากนั้นนำไส้เดือนดินสายพันธุ์ African Night Crawler มาย่อยกากตะกอนเยื่อกระดาษโดยนำไส้เดือนดินน้ำหนัก 1 กรัมมาย่อยกากตะกอรเยื่อกระดาษหนัก 2 กรัม พบว่าความเข้มข้นของกลูโคสมีค่าเท่ากับ 0.10 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร"</summary>
    <dc:date>2555-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การประเมินกำลังรับแรงดัดและความเหนียวของข้อต่อคาน-เสาเหล็กประเภท End-Plate ที่ก่อสร้าง ในประเทศไทยเมื่อรับแรงแผ่นดินไหว</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17504" />
    <author>
      <name>อานนท์ วงษ์แก้ว</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17504</id>
    <updated>2025-10-21T01:46:06Z</updated>
    <published>2561-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การประเมินกำลังรับแรงดัดและความเหนียวของข้อต่อคาน-เสาเหล็กประเภท End-Plate ที่ก่อสร้าง ในประเทศไทยเมื่อรับแรงแผ่นดินไหว
Authors: อานนท์ วงษ์แก้ว
Abstract: ไม่มีบทคัดย่อภาษาไทย
Description: โครงการวิจัยประเภทงบประมาณเงินรายได้จากเงินอุดหนุนรัฐบาล (งบประมาณแผ่นดิน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559</summary>
    <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>โครงการวิจัย การพัฒนาอาหารเหลวสำหรับการตรวจสอบเชื้อจุลินทรีย์ Vibrio parahaemolyticus แบบมีอินดิเคเตอร์สีเพื่อบ่งบอกการปนเปื้อนอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมอาหาร</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17497" />
    <author>
      <name>อาลักษณ์ ทิพยรัตน์</name>
    </author>
    <author>
      <name>อาณัติ ดีพัฒนา</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17497</id>
    <updated>2025-10-07T04:24:37Z</updated>
    <published>2559-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: โครงการวิจัย การพัฒนาอาหารเหลวสำหรับการตรวจสอบเชื้อจุลินทรีย์ Vibrio parahaemolyticus แบบมีอินดิเคเตอร์สีเพื่อบ่งบอกการปนเปื้อนอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมอาหาร
Authors: อาลักษณ์ ทิพยรัตน์; อาณัติ ดีพัฒนา
Abstract: วิธีการวิเคราะห์ที่เป็นมาตรฐานของ V. parahaemolyticus ในตัวอย่างอาหารประกอบด้วยขั้นตอนการเพิ่มจำนวนในอาหารเหลวเป็นเวลา 24 ชั่วโมง จากนั้นตัวอย่างอาหารเหลวดังกล่าวถูกนำมาคัดแยกเชื้อในอาหารแข็งรวมเวลาที่ใช้ในการวิเคราะห์ประมาณ 3 วัน จึงจะได้ผลการบ่งบอกการติดเชื้อเบื้องต้น ซึ่งใช้เวลานานและขั้นตอนการดำเนินงานมีความยุ่งยากในการที่จะวิเคราะห์ตัวอย่างจำนวนมาก เพื่อความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหารทะเล ในงานวิจัยนี้จึงได้พัฒนาเทคนิคการเลี้ยงเชื้อในอาหารเหลวบ่งชี้เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางเลือกหนึ่งสำหรับใช้ในการตรวจสอบการปนเปื้อนของ V. parahaemolyticus สำหรับการพัฒนาสูตรอาหารเหลวบ่งชี้ชนิดใหม่นั้น ได้อาศัยหลักการของปฏิกริยา Esculin hydrolysis ซึ่งสามารถบ่งชี้การปนเปื้อนได้จากการเปลี่ยนสีของอาหารเหลวเป็นสีดำซึ่งเป็นผลพลอยได้จาก esculin-ferric ammonium citrate การอ่านผลโดยรวมจากอาหารเหลวบ่งชี้ที่มีส่วนผสมของโซเดียมคลอไรด์และระดับของความเป็นกรด-ด่างที่เหมาะสมนั้น ทำให้สามารถจำแนกกลุ่ม V. parahaemolyticus ที่สามารถใช้ esculin ออกจากกลุ่มแบคทีเรียที่ไม่สามารถใช้ esculin ได้ เมื่อตรวจวัดสมบัติทางแสงของระบบบ่งชี้ในอาหารที่มีการเพาะเลี้ยง V. parahaemolyticus โดยวิธีทางสเปคโตรโฟโตรเมตรี พบว่าความยาวคลื่นแสงที่เหมาะสมที่สุดในการบ่งชี้ปฏิกิริยา Esculin hydrolysis คือ 450 นาโนเมตร (เฟอร์ริกแอมโมเนียมซิเตรทเป็นอินดิเคเตอร์) โดยสามารถตรวจวัดปฏิกิริยาได้ภายใน 24 ชั่วโมง และให้ปริมาณเซลล์ที่สูงหลังจากการบ่มที่ 106-107 CFU/ml ในการพัฒนาสูตรอาหารเหลวสำหรับบ่งชี้เบื้องต้นของอาหารเหลว Esculin พบว่าส่วนผสมของอาหารที่ความเข้มข้นของโซเดียมคลอไรด์ 6% ระดับความเป็นกรด-ด่างที่ 10 มีประสิทธิภาพสูงสุดในการเพิ่มจำนวน V. parahaemolyticus และสามารถคัดเลือกเชื้ออื่น ๆ ได้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนาความเข้มของสีอาหารเหลวด้วยการศึกษาชนิดของน้ำตาลที่เหมาะสมพบว่า น้ำตาลอะราบิโนส ช่วยเพิ่มความสามารถในการเกิดปฏิกริยา Esculin hydrolysis ผลจากงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นเบื้องต้นว่า วิธีการใหม่ในการตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนของ V. parahaemolyticus สามารถตอบโจทย์เป้าหมายของงานวิจัย คือ มีความสะดวกในการวิเคราะห์ และให้ผลการทดสอบรวดเร็ว โดยให้ผลเบื้องต้นในอาหารเหลวในวันแรกของการทดสอบ ในขณะที่วิธีการมาตรฐานนั้นจำเป็นต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน</summary>
    <dc:date>2559-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>พฤติกรรมคานคอนกรีตเสริมเหล็กที่เสริมกำลังด้วยแผ่นไฟเบอร์ลามิเนต: การทดสอบและการวิเคราะห์ด้วยแบบจำลองไฟไนอิลิเมนต์ประเภทแสดงรายละเอียด</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17493" />
    <author>
      <name>อานนท์ วงษ์แก้ว</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17493</id>
    <updated>2025-10-04T11:31:35Z</updated>
    <published>2561-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: พฤติกรรมคานคอนกรีตเสริมเหล็กที่เสริมกำลังด้วยแผ่นไฟเบอร์ลามิเนต: การทดสอบและการวิเคราะห์ด้วยแบบจำลองไฟไนอิลิเมนต์ประเภทแสดงรายละเอียด
Authors: อานนท์ วงษ์แก้ว
Abstract: ไม่มีบทคัดย่อภาษาไทย</summary>
    <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

