<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Community: คณะวิทยาการสารสนเทศ</title>
  <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4716" />
  <subtitle>คณะวิทยาการสารสนเทศ</subtitle>
  <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4716</id>
  <updated>2026-03-29T05:00:24Z</updated>
  <dc:date>2026-03-29T05:00:24Z</dc:date>
  <entry>
    <title>ขั้นตอนวิธีเชิงวิวัฒนาการสำหรับการสร้างแบบจำลองลายกนก</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17675" />
    <author>
      <name>ณัฐนนท์ ลีลาตระกูล</name>
    </author>
    <author>
      <name>สุนิสา ริมเจริญ</name>
    </author>
    <author>
      <name>เหมรัศมิ์ วชิรหัตพงศ์</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17675</id>
    <updated>2026-02-25T02:39:12Z</updated>
    <published>2558-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ขั้นตอนวิธีเชิงวิวัฒนาการสำหรับการสร้างแบบจำลองลายกนก
Authors: ณัฐนนท์ ลีลาตระกูล; สุนิสา ริมเจริญ; เหมรัศมิ์ วชิรหัตพงศ์
Abstract: งานวิจัยนี้เสนอผลการสร้างแบบจำลองลายกระหนก ซึ่งเป็นลายพื้นฐานของงานลายไทย โดยใช้หลักการคณิตศาสตร์ช่วยวาดเส้นโค้ง หลักการวิเคราะห์อนุกรมเวลาเพื่อการหาความคล้ายของรูปร่าง และ ขั้นตอนวิธีเชิงวิวัฒนาการเพื่อหาเทคนิคการสร้างแบบจำลองลายกระหนกที่มีหลากลายรูปแบบ และ ยังคงความอ่อนช้อยสวยงาม คณะผู้วิจัยเริ่มจากการทดลองใช้สมการคณิตศาสตร์วาดองค์ประกอบย่อยแต่ละส่วนของลายกระหนก เช่น ส่วนกาบ ส่วนยอด ส่วนตัวกระหนก ฯลฯ จากนั้นคณะผู้วิจัยฯ จึงศึกษาการหาค่าความเหมาะสมของลวดลายที่สร้างขึ้นโดยเทียบอนุกรมเวลาของลวดลายที่คอมพิวเตอร์สร้างขึ้นกับเส้นที่วาดโดยศิลปิน ในส่วนสุดท้าย คณะผู้วิจัยใช้ขั้นตอนวิธีเชิงวิวัฒนาการเพื่อสุ่มสร้างลายกระหนกรุ่นต่าง ๆ ที่มีหลายรูปแบบ และ ปรับปรุงลวดลายในแต่ละรุ่นให้มีค่าความเหมาะสมที่สูงขึ้น (ใกล้เคียงกับลายที่ศิลปินวาดมากขึ้น) จากผลการทดลองสร้างลายกระหนกโดยวิธีที่นำเสนอ คณะผู้วิจัยพบว่า เราสามารถใช้คอมพิวเตอร์สร้างลวดลายไทยเบื้องต้นที่มีความหลากหลายได้ โดยงานวิจัยชิ้นนี้มีแนวโน้มที่จะพัฒนาต่อ เพื่อปรับปรุงให้ได้ลวดลายไทยแบบอื่น ที่มีสัดส่วนความอ่อนโค้งสวยงามมากยิ่งขึ้น</summary>
    <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การจำแนกเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยผ่านเครือข่ายเซ้นเซอร์ไร้สาย</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17674" />
    <author>
      <name>ณัฐนนท์ ลีลาตระกูล</name>
    </author>
    <author>
      <name>เหมรัศมิ์ วชิรหัตถพงศ์</name>
    </author>
    <author>
      <name>สุนิสา ริมเจริญ</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17674</id>
    <updated>2026-02-25T02:08:41Z</updated>
    <published>2557-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การจำแนกเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยผ่านเครือข่ายเซ้นเซอร์ไร้สาย
Authors: ณัฐนนท์ ลีลาตระกูล; เหมรัศมิ์ วชิรหัตถพงศ์; สุนิสา ริมเจริญ
Abstract: งานวิจัยนี้นำเสนอการจำแนกอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าโดยใช้การตรวจจับค่าการใช้กระแสไฟฟ้าของอุปกรณ์แต่ละเครื่อง ผ่านระบบเครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย ซึ่งถูกใช้เพื่อวัดค่าและส่งผ่านข้อมูลการใช้งานกระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจริง ผู้วิจัยได้ออกแบบอุปกรณ์ตรวจจับในรูปแบบปลั๊กไฟฟ้าและนำไปใช้กับทุก ๆ จุดที่อุปกรณ์ไฟฟ้าเสียบใช้งานอยู่ ค่ากระแสไฟฟ้าที่วัดได้จะถูกส่งมาส่วนกลางผ่านระบบเครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย เพื่อนำมาจำแนกหาชนิดของอุปกรณ์ไฟฟ้านั้น ๆ &#xD;
 ผู้วิจัยคาดว่าระบบที่นำเสนอจะสามารถช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าในอาคาร เนื่องจากในงานวิจัยนี้คณะผู้วิจัยใช้การตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ปลายทาง (แทนที่จะตรวจสอบที่แผงไฟฟ้าส่วนกลาง) ทำให้สามารถรับรู้ถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละตัวว่ามีสภาวะการทำงานที่ปกติหรือไม่ และลดข้อจำกัดในเรื่องการย้ายอุปกรณ์ไปใช้ยังจุดอื่น ๆ โดยระบบยังสามารถถูกพัฒนาต่อให้สามารถตรวจสอบการย้ายตำแหน่งของอุปกรณ์ไฟฟ้าอัตโนมัติได้ และให้มีการควบคุมเปิดปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละตัวแบบอัตโนมัติได้อีกด้วย อันจะทำให้เกิดการประหยัดพลังงานโดยไม่กระทบต่อพฤติกรรมของผู้ใช้ &#xD;
 จากการทดสอบกับอุปกรณ์ไฟฟ้าตัวอย่าง จำนวน 40 เครื่อง คณะผู้วิจัยพบว่า 1) กฎการจำแนกที่มีประสิทธิภาพต้องใช้ข้อมูลค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานด้วย และ 2) ระบบที่นำเสนอสามารถจำแนกประเภทอุปกรณ์ไฟฟ้าได้อย่างถูกต้องโดยมีค่าความผิดพลาดอยู่ที่ 5.73% เมื่อจำแนกโดยใช้อัลกอริทึม C4.5 สร้างแบบจำลองต้นไม้ตัดสินใจ</summary>
    <dc:date>2557-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับสนับสนุนบริการงานประชุมวิชาการ</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17519" />
    <author>
      <name>วัชรพงศ์ อยู่ขวัญ</name>
    </author>
    <author>
      <name>อธิตา อ่อนเอื้อน</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17519</id>
    <updated>2025-11-03T12:32:14Z</updated>
    <published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับสนับสนุนบริการงานประชุมวิชาการ
Authors: วัชรพงศ์ อยู่ขวัญ; อธิตา อ่อนเอื้อน
Abstract: โครงการวิจัยพัฒนาระบบชำระเงินค่าลงทะเบียนงานประชุมวิชาการเป็นความพยายามในการปรับปรุงกระบวนการจัดการการชำระเงินให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านการวางแผนและการพัฒนาที่คำนึงถึงประสบการณ์และความพึงพอใจของผู้ใช้งานเป็นสำคัญ โครงการนี้เริ่มต้นจากการวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการของผู้เข้าร่วมงานประชุมวิชาการ จากนั้นดำเนินการพัฒนาและทดสอบระบบเพื่อให้มั่นใจว่าระบบที่พัฒนาขึ้นนั้นสามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างครบถ้วน ในขั้นตอนการวิเคราะห์ ทีมงานได้สำรวจและรวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้งานเพื่อทำความเข้าใจถึงปัญหาที่พวกเขาประสบในการชำระเงินค่าลงทะเบียน เช่น ความล่าช้า ความไม่สะดวกในการใช้งาน และความไม่มั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในการออกแบบระบบใหม่ที่มีความทันสมัยและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานระบบชำระเงินค่าลงทะเบียนที่พัฒนาขึ้นใหม่มีคุณสมบัติที่สำคัญหลายประการ ได้แก่ &#xD;
การดำเนินการชำระเงินที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล&#xD;
ส่วนตัว การยืนยันการชำระเงินและการแจ้งเตือนที่ชัดเจน นอกจากนี้ ระบบยังถูกออกแบบ&#xD;
ให้ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองอย่างสะดวกสบาย หลังจากการพัฒนาระบบเสร็จสิ้น ทีมงานได้ดำเนินการทดสอบระบบกับกลุ่มผู้ใช้งานจริงและเก็บรวบรวมข้อมูลความพึงพอใจ ผลการประเมินความพึงพอใจจากผู้ใช้งานพบว่าระบบที่&#xD;
พัฒนาขึ้นนั้นมีความพึงพอใจในระดับสูง แสดงให้เห็นว่าระบบสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างดี ทั้งในด้านความสะดวก ความรวดเร็ว และความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ยังมีบางด้านที่ต้องการการปรับปรุง เช่น การช่วยเหลือและการสนับสนุนจากทีมงาน รวมถึงความสามารถในการแก้ไขป[ญหาที่พบ จากการประเมินพบว่าผู้ใช้งานยังต้องการการช่วยเหลือจากทีมงานเพิ่มเติมในกรณีที่เกิดปัญหาในการใช้งาน การปรับปรุงในด้านนี้จะช่วยเสริมสร้างความพึงพอใจของผู้ใช้งานได้ในอนาคต
Description: โครงการประเภทเงินรายได้ คณะวิทยาการสารสนเทศปะจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566</summary>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การวิเคราะห์รูปแบบส่วนต่อประสานกับผู้ใช้เพื่อการทำพื้นที่ตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17500" />
    <author>
      <name>ประจักษ์ จิตเงินมะดัน</name>
    </author>
    <author>
      <name>เบญจภรณ์ จันทรกองกุล</name>
    </author>
    <author>
      <name>อัจฉริยพล สุริยะ</name>
    </author>
    <author>
      <name>ศุุภวิชญ์ ขันคำ</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17500</id>
    <updated>2025-10-15T07:39:36Z</updated>
    <published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การวิเคราะห์รูปแบบส่วนต่อประสานกับผู้ใช้เพื่อการทำพื้นที่ตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย
Authors: ประจักษ์ จิตเงินมะดัน; เบญจภรณ์ จันทรกองกุล; อัจฉริยพล สุริยะ; ศุุภวิชญ์ ขันคำ
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ปัจจัยการออกแบบส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ที่ส่งผลต่อการใช้งานตลาดอิเล็กทรอนิกส์ของผู้สูงอายุในประเทศไทย โดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน ประกอบด้วยการทดสอบแบบ 5 วินาที การวัดเวลาเฉลี่ยในการค้นหาสินค้า การวิเคราะห์รูปแบบการวางองค์ประกอบของเว็บไซต์ การสัมภาษณ์ และการใช้แบบสอบถาม System Usability Scale (SUS) กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ที่สามารถใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ (90%) มีประสบการณ์ในการซื้อสินค้าออนไลน์ แต่พบปัญหาสำคัญด้านการมองเห็น โดย 90% มีปัญหาเรื่องขนาดตัวอักษรที่เล็กเกินไป และ 60% มีปัญหาการอ่านเนื่องจากตัวอักษรสีจาง ในด้านการออกแบบ 70% ต้องการการออกแบบที่เรียบง่าย สบายตา และ 50% ต้องการให้ปุ่มค้นหาอยู่บริเวณกลางด้านบนของหน้าเว็บ นอกจากนี้ 50% ของผู้ใช้งานพบปัญหาในการค้นหาสินค้าที่ต้องการและ 40% พบปัญหาสินค้าไม่ตรงตามที่แสดงในเว็บไซต์ข้อเสนอแนะจากการวิจัยคือ ควรพัฒนาส่วนต่อประสานกับผู้ใช้โดยเน้นการใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่และชัดเจน ใช้โทนสีที่เรียบง่าย จัดวางองค์ประกอบในตำแหน่งที่เหมาะสม และเพิ่มฟีเจอร์พิเศษสำหรับผู้สูงอายุ เช่น ระบบเสียงอ่านรายละเอียดสินค้า รวมถึงการปรับปรุงระบบการค้นหาให้มีประสิทธิภาพและเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูลสินค้า ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุ และสามารถนำไปบูรณาการกับการเรียนการสอนในรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบส่วนติดต่อและประสบการณ์ผู้ใช้ได้
Description: โครงการวิจัยประเภทงบเงินรายได้คณะวิทยาการสารสนเทศ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567</summary>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

