<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Community: คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์</title>
  <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4713" />
  <subtitle>คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์</subtitle>
  <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4713</id>
  <updated>2026-04-21T17:08:05Z</updated>
  <dc:date>2026-04-21T17:08:05Z</dc:date>
  <entry>
    <title>การศึกษากลวิธีและการใช้ภาษาสร้างอารมณ์ขันในสารคดีท่องเที่ยวของวิชัย มาตกุล</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17738" />
    <author>
      <name>ชนิกานต์ กู้เกียรติ</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17738</id>
    <updated>2026-04-01T03:03:16Z</updated>
    <published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การศึกษากลวิธีและการใช้ภาษาสร้างอารมณ์ขันในสารคดีท่องเที่ยวของวิชัย มาตกุล
Authors: ชนิกานต์ กู้เกียรติ
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการสร้างอารมณ์ขันและการใช้ภาษาสร้างอารมณ์ขันในสารคดีท่องเที่ยวของวิชัย มาตกุล จำนวน ๔ เรื่อง ได้แก่ ๑) เรื่องบันทึกการเดินทางของนายวิชัย มาตกุล คนไทยเชื้อสายจีนที่ไม่เคยไปประเทศจีนมาก่อน แต่ฝันว่าอยากจะไปกำแพงเมืองจีน อยากเห็นสนามกีฬารังนกสักครั้ง และซื้อรองเท้าไนกี้สักคู่ ๒) เรื่องโยดายาบอย ๓) เรื่องซากะ อาโออิ สิ่งมีชีวิตในเจแปน และ ๔) เรื่องมิชชั่น กินพอสสิเบิล งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเอกสารและนำเสนอผลการศึกษาในรูปแบบพรรณนาวิเคราะห์ ผลการวิจัยพบว่าในสารคดีท่องเที่ยวของวิชัย มาตกุลมีการใช้กลวิธีการสร้างอารมณ์ขันจำนวนทั้งสิ้น ๗ วิธีได้แก่ กลวิธีการสร้างเรื่องเกินจริง กลวิธีการเสียดสี กลวิธีการใช้ตรรกวิทยาแบบผิด ๆ กลวิธีการใช้สัญลักษณ์ กลวิธีการทำให้เรื่องผิดไปจากความคาดหมาย กลวิธีการล้อเลียนบุคคลหรือสังคม และกลวิธีการบรรยายหรือพรรณนาอย่างตรง ๆ ส่วนการใช้ภาษาสร้างอารมณ์ขันในสารคดีท่องเที่ยวของวิชัย มาตกุลนั้นปรากฏจำนวน ๑๒ วิธีได้แก่ การปนภาษา การใช้คำพ้อง การใช้คำเลียนเสียง การเล่นเสียงสัมผัส การซ้ำคำ การใช้คำสแลง การสร้างคำหรือสำนวนภาษาขึ้นใหม่ การใช้ภาษาผิดแบบแผน การใช้บุคลาธิษฐาน การใช้คำหยาบ การเปลี่ยนเสียงของคำ และการใช้ความเปรียบ โดยผู้เขียนจะใช้กลวิธีการสร้างอารมณ์ขันและการใช้ภาษาหลายวิธีร่วมกันเพื่อสร้างความขบขันให้แก่ผู้อ่านและไม่เกิดความจำเจ การที่ผู้เขียนใช้กลวิธีหลายวิธีร่วมกันนั้น ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาความสนใจของผู้อ่านเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในธรรมชาติของอารมณ์ขันที่มักเกิดขึ้นและจางหายไปอย่างรวดเร็ว การใช้กลวิธีหรือเทคนิคที่หลากหลายช่วยให้ผู้อ่านได้รับประสบการณ์ที่สนุกสนานและน่าประทับใจตลอดทั้งเรื่อง นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นว่ากลวิธีการสร้างอารมณ์ขันแต่ละแบบมีผลกระทบที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับบริบทของเนื้อหา สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเลือกใช้วิธีให้เหมาะสมกับสถานการณ์และเป้าหมายของการเล่าเรื่อง และงานวิจัยนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของอารมณ์ขันในการสื่อสารทัศนคติของผู้เขียนต่อเหตุการณ์ บุคคล และสภาพสังคม การใช้อารมณ์ขันอาจเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการวิพากษ์วิจารณ์หรือนำเสนอมุมมองที่แหลมคมโดยไม่สร้างความขัดแย้งมากเกินไป งานวิจัยนี้จึงไม่เพียงแต่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับงานเขียนของวิชัย มาตกุลเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของอารมณ์ขันในสารคดีท่องเที่ยวร่วมสมัยที่มีต่อสังคมได้อย่างดี</summary>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>บริษัทศรีมหาราชา จำกัด : ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของบริษัททางธุรกิจแห่งแรกในภาคตะวันออก</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17737" />
    <author>
      <name>ภารดี มหาขันธ์</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17737</id>
    <updated>2026-04-01T02:30:37Z</updated>
    <published>2540-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: บริษัทศรีมหาราชา จำกัด : ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของบริษัททางธุรกิจแห่งแรกในภาคตะวันออก
Authors: ภารดี มหาขันธ์</summary>
    <dc:date>2540-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>แนวทางการพัฒนากลยุทธ์การตลาดของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในภาคตะวันออกหลังสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17725" />
    <author>
      <name>พรรณิภา อนุรักษากรกุล</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17725</id>
    <updated>2026-03-24T03:33:30Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: แนวทางการพัฒนากลยุทธ์การตลาดของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในภาคตะวันออกหลังสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
Authors: พรรณิภา อนุรักษากรกุล
Abstract: ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีชื่อเสียงระดับโลก ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2562 เกิดสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยได้รับผลกระทบมากที่สุดในโลก จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นั้น ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคธุรกิจเป็นอันมาก โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและการบริการ เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในภาคตะวันออกของประเทศไทย จากนโยบายของรัฐบาลสนับสนุนให้ภาคตะวันออกเป็นศูนย์กลางการแพทย์ ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด เพื่อสร้างมูลค่าสูงและยกระดับให้เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวสุขภาพของเอเชีย นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีแผนปฏิบัติการการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สู่การท่องเที่ยวระดับโลกรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและกลุ่มเชิงสุขภาพ โดยมี พัทยา สัตหีบ และระยอง เป็นวงแหวนการท่องเที่ยวหลัก ดังนั้น พื้นที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจำเป็นต้องหาจุดแข็งและเอกลักษณ์ เพื่อกำหนดตำแหน่งที่สอดคล้องกับทรัพยากรท้องถิ่นที่สำคัญ และที่สำคัญ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพต้องปรับตัวให้เข้ากับ สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ดังนั้น งานวิจัยฉบับนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบหลักของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวิเคราะห์แนวทางการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในภาคตะวันออกหลังสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 งานวิจัยฉบับนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสำรวจ สัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ใช้การวิเคราะห์ TOWS เพื่อเสนอแนวทางการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีศักยภาพในภาคตะวันออก ผลลัพธ์ที่ได้คือ องค์ประกอบสำคัญของการเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ คือ ทรัพยากรธรรมชาติ มรดกทางวัฒนธรรม และทรัพยากรที่มนุษย์สร้างขึ้น หลังจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นักท่องเที่ยวต่างมองหาสถานที่พักผ่อนที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดและคำนึงถึงความปลอดภัยในระหว่างการเดินทาง รวมถึงในอนาคตนักท่องเที่ยวจะใช้เวลาในโรงพยาบาลน้อยลง และใช้เวลาในสปาและโรงแรมมากขึ้น ดังนั้น การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์มีความสำคัญมากเพราะสามารถสร้างรายได้ให้กับธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องได้ จากการศึกษาพบว่าแนวทางการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในภาคตะวันออกท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ 1) การเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวระหว่าง การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ 2) เน้นบริการที่สามารถปรับแต่งได้เฉพาะบุคคล สุขภาพและเห็นผลเร็ว 3) การนำเทคโนโลยีมาใช้กับการการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์มากขึ้น เช่น การให้คำปรึกษาทางการแพทย์ผ่านการแพทย์ทางไกล และ 4) การสร้างภาพลักษณ์และการประชาสัมพันธ์ เช่น คุณภาพ การบริการ มาตรฐานสิ่งอำนวยความสะดวกและความน่าเชื่อถือของบริการ ความเชื่อมโยงกับโรงแรมและธุรกิจอื่น ๆ
Description: โครงการวิจัยประเภทงบเงินรายได้มหาวิทยาลัย เงินรายได้ส่วนงาน มหาวิทยาลัยบูรพา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564.</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การเขียนเชิงวิชาการ : เอกสารประกอบการสอนวิชา 228212</title>
    <link rel="alternate" href="https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17722" />
    <author>
      <name>ศิริลักษณ์ บัตรประโคน</name>
    </author>
    <id>https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/17722</id>
    <updated>2026-03-20T02:00:43Z</updated>
    <published>2546-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การเขียนเชิงวิชาการ : เอกสารประกอบการสอนวิชา 228212
Authors: ศิริลักษณ์ บัตรประโคน
Abstract: เอกกสารประกอบการสอนวิชา ๒๒๘๒๑๒ การเขียนเชิงวิชาการนี้ จัดทำขึ้นตามหลักสูตร ศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) และการศึกษาบัณฑิต (กศ.บ.) พ.ศ. ๒๕๔๙ และหลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๕๔ สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งรายวิชาดังกล่าวเป็นวิชาเอกสำหรับนิสิตที่เข้าศึกษาทั้ง ๒ หลักสูตร วัตถุประสงค์ของการเรียบเรียงเอกสารประกอบการสอนนี้ก็เพื่อใช้เป็นเอกสารหลักในการจัดการเรียนการสอนวิชา ๒๒๘๒๑๒ การเขียนเชิงวิชาการ และเพื่อเป็นเอกสารที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้สอนและผู้เรียนในการศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการเขียนเชิงวิชาการ ทั้งในด้านหลักการและทฤษฎี อันประกอบด้วย ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเขียนเชิงวิชาการ กระบวนการเขียนงานเชิงวิชาการ ภาษาในงานเขียนเชิงวิชาการ การเขียนเชิงวิชาการในเบื้องต้น และการเขียนเชิงวิชาการประเภทต่าง ๆ จนทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจ และสามารถนำไปเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์ผลงานเขียนประเภทนี้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม อันเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษาวิชาการเขียน ซึ่งเป็นวิชาทักษะที่ผู้เรียนควรได้มีโอกาสฝึกฝน พัฒนาศักยภาพทางด้านการเขียนของตนเอง เป็นการสังเคราะห์ความรู้ เป็นกระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้ที่แท้จริง</summary>
    <dc:date>2546-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

